ค่า Excess คืออะไร สำคัญมากไหมนะ

[et_pb_section bb_built=”1″][et_pb_row][et_pb_column type=”4_4″][et_pb_text _builder_version=”3.7″]

Excess

ค่า Excess (ค่าเสียหายส่วนแรก) คำนี้คืออะไรกันแน่นะ มันเป็นคำแบบไหนกันนะ ทำไมเราจะต้องเสียเงินให้กับประกันภัยด้วย
ยิ่งถ้าเราจะต้องเสียเงินในสิ่งที่เราไม่รู้ เราก็ต้องยิ่งหาคำตอบของคำๆนี้ให้มากๆ เพราะทรัพย์สินเงินทองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
รองลงมาจากชีวิตเลยยังไงละ ก่อนที่เราจะไปทำความรู้สึกกับค่า Excess นั้น เราควรจะรู้ข้อมูลเบื้องต้นของคำว่า เคลมสด กับคำว่า เคลมแห้ง กันก่อนดีกว่านะค่ะ เพื่อที่เราจะเข้าใจในค่า Excess มากยิ่งขึ้น เมื่อพนักงานที่มาทำการเคลมประกันภัยรถยนต์ให้เรา
ถามถึงค่า Excess เราจะได้มีคำตอบที่จะสามารถตอบกับพนักงานประกันได้ยังไงละค่ะ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี้ : เคลมสด คืออะไร

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี้ : เคลมแห้ง คืออะไร

และค่า Excess (ค่าเสียหายส่วนแรก) จะมีอยู่ 2 ประเภทเช่นเดียวกัน นั้นก็คือ
1. Excess (ค่าเสียหายส่วนแรก)
2. Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรก)
ในบทความนี้ทางเราจะพูดถึง ค่า Excess กัน มันคืออะไรกันแน่นะ และเราต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกตอนไหน อะไรยังไงนะ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี้ : Deductible คืออะไร

ความหมายของค่า Excess

คือ ค่าเสียหายที่เราต้องจ่ายให้กับบริษัทประกัน เมื่อรถเราเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่มีคู่กรณี ต้องจ่ายเงินจุดละ 1,000 บาท

แต่ถ้าจะเอาความหมายของ ค่า Excess คืออะไร แบบเต็มๆ นั้นก็คือ จำนวนเงินที่ผู้ทำประกันภัยหรือผู้ขับขี่รถยนต์
ได้สมัครใจจะรับผิดชอบร่วมกับทางบริษัทประกันภัยรถยนต์ และเมื่อรถยนต์ของเราเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุ
ผิดไปจากเงื่อนไขในความคุ้มครอง ( ชั้น2+ / ชั้น2 / ชั้น3+ / ชั้น3 ) ของ บริษัทประกันภัยรถยนต์ การขอเคลมตามเงื่อนไขที่
สำนักคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดให้ใช้ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552
และไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ หรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัทประกันทราบถึงคู่กรณีได้
เช่นนี้เจ้าของรถยนต์ หรือผู้ขอเอาประกันภัยจะต้องเสียค่า Excess หรือค่าเสียหายส่วนแรกโดยจะคิดเป็นจุดละ 1,000 บาท

ค่า Excess มี 2 แบบ

1. แบบที่ต้องเสียค่า Excess (ค่าเสียหายส่วนแรก)
2. แบบที่ไม่ต้องเสียค่า Excess (ค่าเสียหายส่วนแรก)

การ เคลมสด มีอยู่ 2 กรณี ที่ต้องจ่ายค่า Excess (ค่าเสียหายส่วนแรก)
กรณีที่1 เป็นการกระทำโดยบุคคล โดย เสียค่า Excess (ค่าเสียหายส่วนแรก) หรือ ไม่มีคู่กรณี
เมื่อเรานั้นได้ทำการจอดรถยนต์ไว้นอกบ้าน และเราเข้าบ้านไปหยิบกุญแจ พอออกมาเราพบว่ารถยนต์เกิดความเสียหายและเราได้แจ้งกับบริษัทประกันภัยรถยนต์ทันที่ ด้วยเหตุนี้ถึงเราจะทำการเคลมสด แต่เราก็ไม่สามารถระบุตัวคู่กรณีได้
กรณีที่2 เป็นการถูกชนโดย เสียค่า Excess (ค่าเสียหายส่วนแรก) หรือ ไม่มีคู่กรณี
เป็นการถูถชนโดยมีคู่กรณีแต่คู่กรณีได้หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ และทางเราไม่สามารถระบุลักษณะรถยนต์ ป้ายทะเบียนได้

การ เคลมแห้ง มีอยู่ 2 กรณี ที่ไม่ต้องเสียค่า Excess และ ที่ต้องเสียค่า Excess
กรณีที่1 เป็นการชนโดย ไม่เสียค่า Excess (ค่าเสียหายส่วนแรก) หรือ มีคู่กรณี
1.การชนกับพาหนะอื่นๆแล้วสามารถแจ้งรายละเอียดคู่กรณีได้
2.การชนกับเสาบ้าน หรือ การชนกับประตูบ้าน
3.การชนกับต้นไม้ยืนต้น หรือ การชนกับเสาไฟฟ้า
4.การชนกำแพง อิฐ หิน ปูน ทราย
5.การชนคน
6.การชนสุนัข หรือ การชนสัตว์ป่า
7.การชนฟุตบาธ
8.รถยนต์เกิดการพลิกคว่ำ
กรณีที่2 เป็นการชนโดย เสียค่า Excess (ค่าเสียหายส่วนแรก) หรือ ไม่มีคู่กรณี
1.รถยนต์ของเรามีรอยขีดข่วน ที่ถูกกระทำโดยไม่มีรู้ตัวคนกระทำ
2.โดนหินหรือวัสดุข้างทางกระเด็นใส่รถยนต์ของเรา
3.เฉี่ยวโดนกิ่งไม้ เฉี่ยวโดนสายไฟฟ้า หรือ เฉี่ยวโดนลวดหนาม
4.รถยนต์ตกหลุม หรือ รถยนต์ขูดกับพื้นถนน
5.รถยนต์เหยียบตะปู สิ่งของมีคม ยางฉีกขาด
6.รถยนต์โดนละอองสี สิ่งของตกมาโดนรถ
7.กระจกรถยนต์แตก
8.รถยนต์ไถลตกลงข้างทางไม่เกิดการพลิกคว่ำ

ดังนั้นค่า Excess สรุปได้ว่า

มี 2 แบบ
1. แบบที่ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก หรือ ไม่มีคู่กรณี จ่ายจุดละ 1,000 บาท
2. แบบที่ไม่ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก หรือ มีคู่กรณี ไม่ต้องจ่ายจุดละ 1,000 บาท

[/et_pb_text][et_pb_image _builder_version=”3.0.106″ src=”http://xn--12c4bcclbcj0eecc6e3elf7b46a.com/wp-content/uploads/2018/06/ค่าเสียหายส่วนแรก.png” show_in_lightbox=”off” url_new_window=”off” use_overlay=”off” always_center_on_mobile=”on” force_fullwidth=”off” show_bottom_space=”on” /][et_pb_accordion _builder_version=”3.0.106″][et_pb_accordion_item _builder_version=”3.0.106″ title=”ขอขอบคุณ” use_background_color_gradient=”off” background_color_gradient_start=”#2b87da” background_color_gradient_end=”#29c4a9″ background_color_gradient_type=”linear” background_color_gradient_direction=”180deg” background_color_gradient_direction_radial=”center” background_color_gradient_start_position=”0%” background_color_gradient_end_position=”100%” background_color_gradient_overlays_image=”off” parallax=”off” parallax_method=”on” background_size=”cover” background_position=”center” background_repeat=”no-repeat” background_blend=”normal” allow_player_pause=”off” background_video_pause_outside_viewport=”on” text_shadow_style=”none” box_shadow_style=”none”]

http://www.oic.or.th/th/home

[/et_pb_accordion_item][/et_pb_accordion][/et_pb_column][/et_pb_row][/et_pb_section]