ความรู้เบื้องต้น พ.ร.บ. รถยนต์

ก่อนอื่นเลยเรามาทำความรู้จักเบื้องต้นก่อนที่เราจะไปอ่านเรื่อง ขั้นตอนการต่อ พรบ รถยนต์ กันเถอะ

พ.ร.บ. รถยนต์ อยู่ในหมวดของ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (ประกันภัยรถยนต์ที่ต้องทำตามที่กฎหมายกำหนด)
และใครคนไหนที่คิดว่าจะทำการซื้อหรือจะทำการผ่อนประกันภัยรถยนต์เพิ่มเติมจากที่ พ.ร.บ. รถยนต์ บังคับให้ทำ สามารถทำได้ในส่วนของประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประกันภัยที่เลือกได้ตามความต้องการ) เราก็จะต้องทำการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเบื้องต้นกันมาก่อนว่าจะเลือกทำที่ไหน ทำกับบริษัทอะไร ก่อนที่เราจะเสียเงินแพงๆให้กับบริษัทประกันภัยรถยนต์ เพื่อที่จะเพิ่มความคุ้มครองที่มีประโยชน์และสิทธิพิเศษต่างๆ ให้กับรถยนต์ที่เรารัก

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี้ : ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี้ : ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี้ : ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี้ : ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี้ : ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี้ : พ.ร.บ. รถยนต์

ตารางความคุ้มครอง-ภาคบังคับ-(พ.ร.บ.)-

ตารางความคุ้มครอง ภาคบังคับ (พ.ร.บ.)


 

ในบทความนี้ทางเราจะขอพูดถึงขั้นตอนการต่อ พรบ รถยนต์ กันนะคะ

ในที่นี้จะพูดถึงขั้นตอนการต่อพรบ.ของยานพาหนะทุกประเภทที่ใช้ขับขี่ในประเทศไทย มีสิ่งที่จำเป็นจะต้องทำก็คือ ประกันภัยรถยนต์ (ภาคบังคับ) หรือที่เราเรียกกันคุ้นหูว่า พรบ. และถ้าเราคิดที่จะทำ พรบ. เราจะต้องเสียภาษีประจำปีหรือการต่อทะเบียนรถเพราะถือเป็นหน้าที่ปกติของคนที่มีรถในประเทศไทยอยู่แล้ว  เหตุผลที่รัฐบาลบังคับให้ทำนั้นก็เพราะว่า พรบ. เป็นประกันภัยที่จะคุ้มครองในส่วนของตัวผู้ขับขี่ก็ดี ในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุก็ดี ทำให้เราได้รับค่ารักษาพยาบาล ทางโรงพยาบาลจึงมั่นใจได้ว่าเรามีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล หรือมีเงินจ่ายค่าจัดงานศพเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วมีคนเสียชีวิต ขั้นตอนการต่อ พรบ. รถยนต์  และ พรบ. รถจักรยานยนต์  มีขั้นตอนในการต่อพรบ.ดังนี้

เอกสารที่ใช้ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์

ถ้าเรากำลังจะไปต่อ พรบ. เราจะต้องเตรียมเอกสารพวกนี้ที่เราต้องใช้ไปด้วยดังนี้
1. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ใบ
3. สำเนาทะเบียนรถ 1 ชุด ( หรือเล่มจริงก็ได้ )

ขั้นตอนการต่อ พรบ รถยนต์

1. ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร

เริ่มต้นด้วยการนำเอกสารไปแค่ใบเดียวก็คือ ใบสำเนาเล่มประจำรถ มันคือใบเอกสารสำคัญที่ระบุรายละเอียดของรถยนต์เอาไว้ และควรมีติดรถยนต์ไว้ทุกครั้ง ใบนี้จะมากับรถยนต์ทุกคันอยู่แล้วโดยเราจะได้รับมาจากสถาบันการเงิน ที่เราต้องนำไว้ติดรถยนต์ทุกครั้งไม่แน่วันหนึ่งตำรวจอาจจะเรียกตรวจแล้วขอดูใบนี้ เราก็ควรนำใบเอกสารนี้ไปถ่ายเอกสารไว้ติดรถยนต์

เล่มทะเบียนรถ

ขอขอบคุณภาพจาก : chevroletsonic-club

2. ขั้นตอนการเตรียมเอกสารรับรองการติดตั้งแก๊ส ( ในกรณีรถยนต์ของเราติดตั้งแก๊ส )

เมื่อรถยนต์ของเราเปลี่ยนจากน้ำมันไปเป็นแก๊ส ( ไม่นับกรณีที่ติดตั้งจากโรงงาน ) ทั้งแก๊ส NGV หรือ LPG หรือแก๊สแบบไหนก็ตาม เราก็จะต้องมีใบรับรอง ( การติดตั้งแก๊สและตรวจสอบสภาพของแก๊ส ) ว่ามีอันตรายจากการใช้งานของแก๊สหรือไม่จากวิศวกรผู้ที่ได้รับการรับรอง และนำใบรับการรับรองนี้แนบไปด้วย ถ้าใบรับรองยังไม่หมดอายุเราสามารถนำใบรับรองนี้ถ่ายเอกสารมาเก็บเอาไว้ได้นะคะ ( เก็บไว้ยามฉุกเฉินได้นะเพื่อเราทำใบรับรองนี้หาย จะได้ไม่ต้องเสียเงินไปรับรองใหม่ยังไงละคะ )

*    แก๊ส  NGV/CNG  ที่มีอายุน้อยกว่า 3 ปี สามารถข้ามข้อได้เลยค่ะ  *
**   แก๊ส        LPG     ที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี สามารถข้ามข้อได้เลยค่ะ  **
*** ถ้าเราไม่ได้เปลี่ยนจากน้ำมันไปเป็นแก๊ส สามารถข้ามข้อได้เลยค่ะ ***

ใบรับรอง

ขอขอบคุณภาพจาก : https://www.autodeft.com/deftanswer/easy-way-to-pay-car-tax

 
3. ขั้นตอนการเตรียมการตรวจสอบสภาพของรถยนต์ว่ามีความพร้อมใช้งานหรือไม่
 
เมื่อรถยนต์ของเรามีอายุการใช้งานมากกว่า 7 ปี สามารถตรวจสอบสภาพรถยนต์ได้ที่กรมการขนส่งทางบก หรือ สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ตรวจเพื่อว่ารถยนต์ของเราพร้อมใช้งานบนท้องถนนหรือไม่ แต่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) มีข้อห้ามคือรถยนต์ห้ามดัดแปลงแก้ไขจนสภาพไม่ตรงกับสมุดประจำตัวรถยนต์ (เล่มทะเบียนรถ) หรือ รถยนต์ที่ไม่ได้ต่อทะเบียนรถ 1 ปี ก็จะต้องนำรถยนต์ของเราไปรับการตรวจสอบที่กรมการขนส่งทางบกเท่านั้นและเมื่อผ่านมาตรฐานการตรวจสอบแล้ว ผู้ตรวจสภาพรถยนต์ก็จะออกใบรับรองรถยนต์มาให้ค่ะ
 
*** ถ้ารถยนต์ของเรามีอายุการใช้งานไม่ถึง 7 ปี สามารถข้ามข้อได้เลยค่ะ ***
 
ตรอ.

ขอขอบคุณภาพจาก : http://www.gvp.co.th/ตรอ-แม็กคาร์ซีน

 
4. ขั้นตอนการทำพรบ.
 
ส่วนของหลักฐานจะอยู่ในช่วงท้ายของพรบ. หรือช่วงท้ายของสำเนาหน้าตารางพรบ.ที่ยังไม่หมดอายุ กรมการขนส่งให้ทำพรบ.ล่วงหน้าได้ 3 เดือน (90วัน)
ถ้าจ่ายภาษีล่าช้าละ เราก็จะต้องเตรียมจ่ายค่าปรับได้เลยในฐานะที่ได้จ่ายภาษีล่าช้า โดยค่าปรับของเราจะอยู่ที่ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ ของค่าภาษีรถยนต์ต่อเดือน ยกตัวอย่างเช่น ค่าภาษีรถยนต์ 1,000 บาท เราขาดภาษีไปเดือนหนึ่ง ค่าปรับของเราในกรณีที่ต่อภาษีล่าช้าจะอยู่ที่ประมาณ 10 บาท ยังไงละคะ
ถ้าลืมต่อนาน 3 ปีละ ทางกรมการขนส่งทางบกจะระงับทะเบียนรถยนต์ของเรา และจะส่งจดหมายที่ระบุข้อความประมาณว่า ” ให้เรานำป้ายทะเบียนรถยนต์มาคืนควบคู่กับใบคู่มือโดยนำไปคืนได้ที่กรมการขนส่งทางบก ” หรือถ้าเราจะทำพรบ.ต่อเราจะต้องชำระค่าปรับในฐานะที่ได้จ่ายภาษีล่าช้า โดยค่าปรับของเราจะต้องจ่ายยอดที่เราได้ค้างไว้ทั้งหมดเลย
 

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : newpriusclub

*ขอจดทะเบียนอีกครั้งได้นะคะ โดยนำรถตรวจสภาพที่กรมการขนส่งทางบกและเตรียม สำเนาบัตรประจำตัว / สำเนาทะเบียนบ้าน / พรบ.*

พ.ร.บ. รถยนต์

การจ่ายค่าภาษีรถยนต์

กรมการขนส่งทางบกได้มีการเปิดให้เราได้ชำระภาษีได้หลายช่องทางไม่ว่าจะเป็น
1. การชำระแบบ Online ได้ที่นี้ www.dlte-serv.in.th ( เฉพาะรถที่ไม่ต้องตรวจสภาพรถ )
2. สำนักงานกรมการขนส่งทางบกทุกแห่งทั่วประเทศ ( มีทั้งแบบที่จ่ายข้างบนอาคารตามปกติหรือแบบเลื่อนการต่อภาษี )
3. ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ
4. ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งในกรุงเทพ
5. ห้างสรรพสินค้า Big C ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ทั้งหมดประมาณ 13 สาขา
6. เคาน์เตอร์เซอร์วิส ( ชำระที่ 7 eleven ง่ายและสะดวก )
7. ศาลาที่ว่าการกรุงเทพมหานคร หรือ สำนักงานเขตทุกเขตในกรุงเทพฯ
8. จุดบริการที่มีสัญลักษณ์ PAY POINT
9. ห้างสรรพสินค้า Central รามอินทรา เปิดบริการ เวลา 10.00 – 17.00 น.
10. Paradise Park ศรีนครินทร์ เปิดบริการ เวลา 10.00 – 17.00 น.
11. ห้างสรรพสินค้า CentralWorld เปิดบริการ เวลา 10.00 – 17.00 น.

ทางเราแนะนำว่าให้ไปทำพรบ.วันพุธถึงวันศุกร์ ( วันจันทร์และวันอังคาร รถจะเยอะ ) และจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็จะเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ

พ.ร.บ. รถยนต์ ราคา เท่าไหร่

ราคาของ พรบ ก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่บริษัทประกันรถยนต์ ที่ทำโดยมีราคาประมาณเท่านี้

  1. รถยนต์ นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รถเก๋ง) ราคาประมาณ 645.21 บาท
  2. รถยนต์โดยสารเกิน 7 ที่นั่ง ไม่เกิน 15 ที่นั่ง (รถตู้) ราคาประมาณ 1,182.35 บาท
  3. รถยนต์โดยสารเกิน 15 ที่นั่ง ไม่เกิน 20 ที่นั่ง ราคาประมาณ 2,203.13  บาท
  4. รถยนต์โดยสารเกิน 20 ที่นั่ง ไม่เกิน 40 ที่นั่ง ราคาประมาณ 3,437.91  บาท
  5. รถยนต์โดยสารเกิน 40 ที่นั่ง ราคาประมาณ 4,017.85 บาท
  6. รถยนต์บรรทุกไม่เกิน 3 ตัน (รถปิคอัพ) ราคาประมาณ 967.28 บาท
  7. รถยนต์บรรทุกเกิน 3 ตัน ถึง 6 ตัน ราคาประมาณ 1,310.75  บาท
  8. รถยนต์บรรทุกเกิน 6 ตัน ถึง 12 ตัน ราคาประมาณ 1,408.12 บาท
  9. รถยนต์บรรทุกเกิน 12 ตัน ราคาประมาณ 1,826.49 บาท

การใช้รถยนต์ที่ไม่มี พ.ร.บ. รถยนต์ มีโทษปรับยังไงละ

กรมการขนส่งทางบกได้มีการกำหนดโทษของการปรับทางจราจร 20,000 บาท และสามารถแบ่งความผิดได้เป็น 3 กรณี ดังนี้

1. ใช้รถโดยไม่มี พรบ. ( ขาดการต่ออายุ ) ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
2. ใช้รถโดยไม่จดทะเบียน ( ขาดการต่อภาษี ) ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
3. ใช้รถโดยไม่แสดงเครื่องหมายการชำระภาษี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท

วันนี้ทางเราก็จะขอฝาก ขั้นตอนการต่อ พรบ รถยนต์
ในอนาคตข้างหน้า ทางเราก็จะเขียนบทความดีๆ ที่ให้ความรู้กับทุกๆท่านเกี่ยวกับเรื่องของรถยนต์และเรื่องของประกันภัยรถยนต์กันใหม่
ในบทความนี้ทางเราก็ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามอ่านกันจนจบขอบคุณค่ะ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี้ : ขั้นตอนการต่อ พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์