ผู้เอาประกันภัย

ผู้เอาประกันภัย มือใหม่ที่ไม่เคยผ่านการซื้อประกันรถยนต์ด้วยตัวเองมาก่อน อาจจะไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วตัวเองควรเริ่มต้นเลือกซื้อการคุ้มครองระดับไหนที่จะเหมาะสมและคุ้มค่า เพราะการจ่ายเบี้ยประกันในแต่ละชั้น ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ประกันชั้นที่ 1 ไปจนถึง 3 มีค่าใช้จ่ายต่างกัน

ดังนั้นหากใครเป็นมือใหม่ ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าแบบไหนเหมาะกับตัวเองมากที่สุด ข้อมูลเหล่านี้คือตัวช่วยพิจารณาให้การทำประกันภัยรถยนต์กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายและคุ้มค่า

1. ประเภทประกันภัยรถยนต์

โดยปกติทั่วไป ประกันสำหรับรถยนต์จะมี 2 กลุ่มด้วยกัน คือ

  1. ประกันรถยนต์ภาคบังคับ – เป็นประเภทที่ใครมีประกันจะต้องทำ เป้นการบังคับตามกฏหมาย ใครมีรถยนต์ ก็จะต้องมีประกันชนิดนี้กันทั้งหมด ไม่เช่นนั้นก็เท่ากับว่าทำผิดกฏหมาย เสียค่าปรับตามมาได้อีกมากมาย
  2. ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ – ส่วนนี้นี่แหละคือประเภทของประกันภัยที่ทำให้ ผู้เอาประกันภัย มือใหม่เกิดข้อสงสัย งงว่าจะต้องเลือกซื้อแบบไหนที่จะเหมาะกับตัวเอง ไม่เพียงแค่ให้เลือกระดับ 1-3 เท่านั้น แต่ในยุคนี้ยังมีให้เลือกแบบ +1, +2 และ แบบ +3 อีกด้วย อย่างไรก็ตามใครจะไม่เลือกทำประกันในข้อนี้เลยสักก็ได้ แต่โดยทั่วไป ทำไว้ย่อมเป็นสิ่งดี ที่จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ยานพาหนะได้มากขึ้น

2. ประกันภัยรถยนต์แบบไหนดี

ในการเลือกซื้อประกันภาคสมัครใจ ต้องรู้ก่อนว่าแต่ละประเภทมีรูปแบบการคุ้มครองระดับไหน เพื่อจะได้ให้แน่ใจ จะได้ช่วยให้คุณรู้สึกคุ้มค่ากับการเลือกซื้อประกัน ที่ได้ทั้งประโยชน์และประหยัดไปพร้อมกัน ดังนั้นมาดูกันดีกว่า แต่ละประเภทมีระดับความคุ้มครองมากน้อยแค่ไหนบ้าง ?

  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1
    การคุ้มครองแบบแรก ถือว่าเป็นการดูแลแบบครอบคลุมมากที่สุด ตั้งแต่คนขับไปจนถึงคู่กรณี ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด การคุ้มครองก็จะยังมีอยู่ตามเงื่อนไข ซึ่งยังรวมไปถึงกรณีรถยนต์สูญหาย หรือเกิดเหตุไฟไหม้ น้ำท่วม คุ้มครองทรัพย์สินของคู่กรณี และการรักษาพยาบาล ทั้งผู้ขับและคนที่นั่งมาในรถ ถ้าคุณเป็นฝ่ายผิด ก็มีค่าประกันตัวคอยช่วยเหลืออยู่ด้วย ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นประกันที่ดีที่สุด แต่คุณก็ต้องเลือกมาด้วยค่าเบี้ยประกันที่แพงที่สุดเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับว่าใคร เป็นคนเลือกใช้
  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 หรือ 2+
    มาตรฐานหลักของประกันภัยตัวนี้คือเป็นการคุ้มครองรองลงมาจากชั้น 1 ในส่วนของ ชั้น 2+ (2 พลัส) จะเป็นอีกทางเลือกที่เพิ่มการคุ้มครองเข้ามา แล้วแต่ว่าบริษัทประกันจะมีอะไรมาล่อตาล่อใจคุณบ้าง โดยทั่วไปจะเป็นการคุ้มครองทรัพย์สินและความเสียหายของคู่กรณี รวมถึงค่ารักษาพยาบาลทั้งคนขับ, ผู้โดยสารในรถ และคนนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในเหตุการณ์อุบัติเหตุด้วย แต่ไม่มีการคุ้มครองรถเราถ้าเกิดเหตุชนขึ้นมา
  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 และ 3+
    เป็นการคุ้มครองที่น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับประกันสองตัวแรกด้านบน แต่ก็ถือว่าเป็นประกันที่ได้รับความนิยมไม่น้อย เนื่องจากมีเบี้ยประกันที่ไม่แพง และเหมาะสำหรับคนที่ขับขี่รถยนต์โดยไม่ประมาท การคุ้มครองจะดูแลเฉพาะ “คู่กรณี” เท่านั้น! เน้นย้ำเลยว่ารถของเราจะไม่ได้รับการดูแลใด ๆ ทั้งสิ้น ตั้งแต่ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือสูญหาย ก็ไม่อยู่ในการคุ้มครองแต่อย่างใด

3. ความคุ้มครองแบบไหนเหมาะสมกับผู้เอาประกันภัยอย่างเรา

เรื่องนี้ไม่ยาก แค่ลองย้อนกลับมามองตัวเองก่อน โดยดูหลัก ๆ 3 ประการคือ

  1. พฤติกรรมการใช้รถยนต์ บ่อยแค่ไหน ใช้เวลาในการขับขี่ใกล้ไกล เดินทางครั้งละกี่ชั่วโมง ไปจนถึงสไตล์ในการขับรถว่าเร็วหรือช้า
  2. ประสบการณ์ในการขับขี่ ถ้าเป็นคนที่ขับรถยนต์โดยไม่เคยผ่านการเคลมมาก่อนเลยตลอด 2 ปีแรก คุณก็อาจจะไม่จำเป็นสำหรับประกันชั้น 1 แต่ให้ลองหันมามองประกันชั้น 2 หรือ 3 แทนจะดีกว่า
  3. ความสามารถในการยอมรับความเสี่ยง ที่ไม่มีใครบอกได้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ระดับความรุนแรงแค่ไหน ดังนั้นถ้าเลือกประกันที่คิดว่าดีสำหรับตัวเองได้แล้ว ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงด้านอื่นที่ประกันไม่ครอบคลุมเอาไว้ด้วย ว่าจะสามารถยอมรับความเสี่ยงเหล่านั้นได้ไหม มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับตัวของคุณเอง

4. ประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี

เรื่องนี้มักเป็นเรื่องสุดท้าย หลังจากที่ผู้เอาประกันภัยได้ศึกษาข้อมูล 3 ข้อเบื้องต้นไปแล้ว ก็จะหาบริษัทประกันภัยที่ดีที่สุดในการเลือกซื้อความคุ้มครอง ซึ่งก็มีให้เลือกทั้งบริษัทประกันภัย และโบรกเกอร์ประกันภัย หรือตัวแทนประกันภัย อันนี้ขึ้นอยู่กับผู้เอาประกันภัยแล้วว่าจะทำที่ไหนดี พอใจที่ไหนก็ทำบริษัทนั้นได้เลย เพราะว่าความแตกต่างที่จับต้องได้คือ บริการหลังการขายนั้นเอง แต่ถ้าเลือกไม่ได้ลองอ่านบทความด้านล่าง เพื่อช่วยตัดสินใจดูนะ

อ่านเพิ่มเติม : อยากรู้ว่าประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี คลิกก่อน รู้ก่อน

ดังนั้น ผู้เอาประกันภัย ต้องเข้าใจด้วยว่า ประกันแต่ละแบบที่ออกมานั้นล้วนถูกสร้างขึ้นให้เหมาะสมกับการใช้รถใช้ถนนของแต่ละคน มือใหม่ที่ไม่เคยรู้จักการเลือกซื้อประกันมาก่อน ก็ต้องลองหยิบเอาข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณา จะได้ไม่พลาดกับการเสียเบี้ยประกันที่แพงเกินจำเป็น และได้การคุ้มครองที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของคุณมากที่สุดด้วย